วันอังคารที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ปัจฉิมโอวาทของพระพุทธเจ้า(๐๑)

๑.ภายใต้ต้นสาละที่กรุงกุสินารา พระพุทธเจ้า ได้ประทานปัจฉิมโอวาทแก่บรรดาสาวกว่า
เธอทั้งหลายจงทำตนให้เป็นประทีป จงพึ่งตนเอง อย่าพึ่งผู้อื่น จงทำคำสอนขอเราให้เป็นประทีปของพวกเธอ จงพึ่งคำสอนของเรา อย่าได้พึ่งคำสอนอื่นใด

เธอทั้งหลายจงพิจารณาร่างกายของตนว่าเป็นของไม่สะอาด เมื่อรู้ว่าทั้งความทุกข์และความสุขของร่างกายนี้ก่อให้เกิดความทุกข์ได้เหมือนๆกัน ไฉนเธอทั้งหลายจึงหมกมุ่นอยู่กับความปรารถนาของร่างกายเล่า? จงพิจารณา อัตตาของตนว่าเป็นของไม่เที่ยง ไฉนเธอทั้งหลายจึงตกอยู่ในความหลงในอัตตา มีความหยิ่งทะนงและเห็นแก่ตัวเล่า?ในเมื่อเธอรู้ว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านั้นจะต้องยุติลงด้วยความทุกข์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ พวกเธอจงพิจารณาสิ่งทั้งหลายทั้งปวง พวกเธอเห็นสิ่งใดบ้างไหมที่มีคัวตนที่ยั่งยืน? มันไม่ใช่สิ่งที่มาประกอบกันเป็นสังขารที่ในไม่ช้านี้จะแตกดับกระจัดกระจายไปดอกหรือ? จงอย่าเกิดความสับสนวุ่นวายในกับสากลทุกข์นี้เลย แต่จงปฏิบัติตามคำสอนของเรา หลังจากที่เราล่วงลับไปแล้ว เธอทั้งหลายก็จงกำจัดทุกข์ไปได้ จงทำอย่างนี้แล้วเธอทั้งหลายก็จะได้เป็นสาวกที่แท้จริงของเราตถาคต

ปัจฉิมโอวาทของพระพุทธเจ้า(๐๒)

๒.ดูกรภิกษุทั้งหลาย คำสอนทั้งหลายที่เราตถาคตได้ให้ไว้แก่เธอทั้งหลายนั้น เธอทั้งหลายจะต้องไม่ลืมหรือละทิ้งมันไปเสีย คำสอนเหล่านั้นจะต้องนำไปพิจารณา นำไปคิดและนำไปปฏิบัติ ถ้าพวกเธอนำไปปฏิบัติแล้ว พวกเธอก็จะมีความสุขอยู่ตลอดไป

จุดสำคัญของคำสอนเหล่านั้น คือ การควบคุมจิตของตัวเอง จงรักษาจิตของตนให้พ้นจากความโลภ มีพฤติกรรมที่ถูกต้อง ทำใจให้บริสุทธิ์ และมีวาจาสัตย์ เมื่อคิดได้อยู่เสมอว่าชีวิตเป็นของไม่เที่ยงเช่นนี้ พวกเธอก็จะขัดขวางความโลภและความโกรธ และจะสามารถกำจัดความชั่วร้ายทั้งปวงได้

ถ้าเธอทั้งหลายพิจารณาเห็นว่าจิตถูกกระตุ้นให้ตกอยู่ในความโลภ ก็จะต้องระงับและควบคุมสิ่งที่มากระตุ้นนั้น และจงเป็นนายของจิตนั้น

จิตของมนุษย์อาจทำให้มนุษย์เป็นพระพุทธเจ้าก็ได้ หรืออาจจะทำให้มนุษย์เป็นสัตว์ดิรัจฉานก็ได้อีกเช่นกัน ถ้าจิตถูกชักนำไปในทางผิด มนุษย์ก็จะกลายเป็นปีศาจ แต่ถ้าจิตได้พระโพธิญาณ ก็จะทำให้มนุษย์เป็นพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นจงจวบคุมจิตของตน อย่าปล่อยให้มันหันเหออกจากหนทางที่ถูกต้อง

ปัจฉิมโอวาทของพระพุทธเจ้า(๐๓)

๓.เธอทั้งหลายพึงเคารพซึ่งกันและกัน ปฏิบัติตามคำสอนของเรา งดเว้นจากการทะเลาะวิวาทกัน ไม่พึงรังเกียจเดียดฉันท์กันเหมือนน้ำกับน้ำมัน แต่พึงสมัครสมานสามัคคีกันดุจน้ำนมกับน้ำ

เธอทั้งหลายจงศึกษาด้วยกัน เล่าเรียนด้วยกัน และปฏิบัติตามคำสั่งสอนของเราด้วยกัน อย่ามัวทำลายจิตและเสียเวลาไปกับความเกียจคร้านและการทะเลาะวิวาท จงเพลิดเพลินอยู่กับดอกไม้แห่งโพธิญาณตามฤดูกาลของมัน และเก็บเกี่ยวผลอันเกิดจากการดำเนินตามหนทางที่ถูกต้องนั้น

คำสอนทั้งหลายที่เรามอบให้แก่พวกเธอนั้น เป็นสิ่งที่เราได้มาจากการปฏิบัติตามทางของเราเอง พวกเธอพึงปฏิบัติตามคำสอนเหล่านั้น และกระทำตนให้สอดคล้องกับเจตจำนงของคำสอนนั้นในกาลทุกเมื่อ
ถ้าพวกเธอปฏิเสธคำสอนเหล่านั้น ก็หมาความว่าพวกเธอจะไม่ได้พบกับเราอย่างแน่นอน และก็หมายความว่า พวกเธอจะอยู่ห่างไกลเรา แม้ว่าร่างกายจะอยู่ร่วมกันกับเราก็ตามที แต่ถ้าเธอทั้งหลายยอมรับและปฏิบัติตามคำสอนของเรา เธอทั้งหลายก็จะอยู่ใกล้ชิดกับเรา แม้ว่าร่างกายจะอยู่ห่างไกลกันสักปานใดก็ตาม

๔.ดูกรภิกษุทั้งหลาย จดจบของเราใกล้เข้ามาแล้ว ความพลัดพรากจากกันของเราใกล้เข้ามาแล้ว อย่าได้เศร้าโศกไปเลย ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง ไม่มีใครรอดพ้นจากการแตกดับของร่างกายนี้ไปได้ บัดนี้เราจะแสดงให้เห็นด้วยความตายของเราเอง ร่างกายของเรากำลังจะแตกออกจากกันดุจเกวียนชำรุด

อย่าได้คร่ำครวญให้เสียเวลาไปเลย ให้ตระหนักว่าไม่มีสิ่งใดเที่ยงแท้ และให้เรียนรู้จากสิ่งนี้ว่า ชีวิตมนุษย์มีแต่ความว่างเปล่า จงอย่าได้มีความปรารถนาที่ไม่มีค่าว่าขอสิ่งที่เปลี่ยนแปลงนี้อย่าได้เปลี่ยนแปลงไปเลย

มารคือกิเลสตัณหากำลังแสวงหาโอกาสที่จะมาหลอกลวงจิตอยู่เสมอ ถ้ามีอสรพิษอยู่ในหองของพวกเธอ และพวกเธอต้องการนอนหลับอย่างสงบ พวกเธอก็จะต้องขับไล่อสรพิษตัวนั้นออกไปจากห้องนั้นเสียก่อน

เธอทั้งหลายจะต้องทำลายเครื่องผูกพันคือกิเลสตัณหาและขับไล่มันให้ออกไป เหมือนอย่างที่เธอทั้งหลายขับไล่อสรพิษ เธอทั้งหลายจะต้องคุ้มครองจิตของตนให้ดี

ปัจฉิมโอวาทของพระพุทธเจ้า(๐๔)

๔.ดูกรภิกษุทั้งหลาย จดจบของเราใกล้เข้ามาแล้ว ความพลัดพรากจากกันของเราใกล้เข้ามาแล้ว อย่าได้เศร้าโศกไปเลย ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง ไม่มีใครรอดพ้นจากการแตกดับของร่างกายนี้ไปได้ บัดนี้เราจะแสดงให้เห็นด้วยความตายของเราเอง ร่างกายของเรากำลังจะแตกออกจากกันดุจเกวียนชำรุด

อย่าได้คร่ำครวญให้เสียเวลาไปเลย ให้ตระหนักว่าไม่มีสิ่งใดเที่ยงแท้ และให้เรียนรู้จากสิ่งนี้ว่า ชีวิตมนุษย์มีแต่ความว่างเปล่า จงอย่าได้มีความปรารถนาที่ไม่มีค่าว่าขอสิ่งที่เปลี่ยนแปลงนี้อย่าได้เปลี่ยนแปลงไปเลย

มารคือกิเลสตัณหากำลังแสวงหาโอกาสที่จะมาหลอกลวงจิตอยู่เสมอ ถ้ามีอสรพิษอยู่ในหองของพวกเธอ และพวกเธอต้องการนอนหลับอย่างสงบ พวกเธอก็จะต้องขับไล่อสรพิษตัวนั้นออกไปจากห้องนั้นเสียก่อน

เธอทั้งหลายจะต้องทำลายเครื่องผูกพันคือกิเลสตัณหาและขับไล่มันให้ออกไป เหมือนอย่างที่เธอทั้งหลายขับไล่อสรพิษ เธอทั้งหลายจะต้องคุ้มครองจิตของตนให้ดี

๕.ดูกรภิกษุทั้งหลาย วาระสุดท้ายได้มาถึงเราแล้ว แต่จะต้องไม่ลืมว่า ความตายเป็นเพียงจุดจบของกายเนื้อนี้เท่านั้น ร่างกายเนื้อเกิดจากพ่อแม่ และเป็นอยู่ได้ด้วยอาหาร การแตกดับของกายนี้จึงไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ เช่นเดียวกับความเจ็บป่วยและความตาย

แต่พระพุทธเจ้าที่แท้นั้นไม่ใช่กายเนื้อ หากตึคือพระโพธิญาณ กายเนื้อของมนุษย์จะต้องตายไป ส่วนปัญญาคือพระโพธิญาณจะคงอยู่ตลอดไปชั่วนิรันดร ในสัจจะแห่งธรรม และในการปฏิบัติธรรม ผู้ที่เห็นแต่เพียงกายเนื้อของเรา ไม่ชื่อว่าเห็นเราอย่างแท้จริง ส่วนผู้ที่ยอมรับคำสอนของเราเท่านั้น จึงจะได้ชื่อว่าเห็นเราอย่างแท้จริง

หลังจากที่เราล่วงลับไปแล้ว พระธรรมจะเป็นศาสดาของเธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงปฏิบัติธรรมและมีความจงรักภักดีต่อเรา

ในระหว่าง ๔๕ ปีสุดท้ายของชีวิตเรานั้น เราไม่ได้กีดกันสิ่งใดจากคำสอนของเราเลย ไม่มีคำสอนใดที่ยังลี้ลับ ไม่มีคำสอนใดยังมีความหมายซ่อนเร้น เราได้สอนทุกสิ่งทุกอย่างเปิดเผยและชัดเจนไปแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย จุดจบได้มาถึงแล้ว อีกไม่นานเราก็จะเข้าสู่นิพพาน นี้คือคำเตือนของเรา

บทความที่ได้รับความนิยม