พุทธประวัติ(๐๒)
อย่างไรก็ดี ความปีติปราโมชในพระราชสำนักพลันติดตามมาด้วยความทุกข์โทมนัส เพราะหลังจากนั้นได้ ๗ วันพระนางมายาได้เด็จทิวงคตอย่างกะทันหัน พระกนิษฐภคินีพระนามว่า มหาประชาบดี ได้เป็นพระมารดาเลี้ยงของพระราชกุมารสิทธารถ และได้ทรงอภิบาลบำรุงรักษาพระราชกุมารด้วยพระเมตตาสืบต่อมา
ยังมีฤาษีองค์หนึ่งนามว่า อสิตะ มีถิ่นพำนักอยู่ไม่ไกลจากที่นั้น ได้มองเห็นรัศมีส่องสว่างอยู่รอบมหาปราสาท เห็นว่าเป็นศุภนิมิต จึงได้ลงมาจากภูเขามายังพระราชวัง และได้เข้าเฝ้าชมพระบารมีของพระราชกุมาร อสิตฤาษีได้พยากรณ์ว่า “พระราชกุมารนี้ หากยังประทับอยู่ในพระราชวังต่อไป เมื่อเจริญพระชนมายุ ก็จักได้เป็นพระจักรพรรดิครอบครองทั่วทั้งโลก แต่ถ้าหากทรงสละราชสมบัติออกผนวชแล้วไซร้ ก็จักเป็นพระพุทธเจ้าผู้เป็นนาถะ(มหาไถ่) ของโลก”
เบื้องแรกๆนั้นพระเจ้าสุทโธทนะทรงมีพระหฤทัยยินดีที่ได้สดับตรับฟังคำพยากรณ์นั้น แต่ต่อมาพระอบค์ทรงเริ่มพระปริวิตกว่าพระราชโอรสองค์เดียวของพระองค์นี้จะทิ้งพระราชวังออกผนวชเป็นสมณะผู้อนาคาริก(ผู้ไม่มีบ้านเรือน)
เมื่อพระชนมายุได้ ๗ พรรษา เจ้าชายสิทธารถ ได้ทรงเริ่มศึกษาศิลปะวิทยาต่างๆ ทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร แต่พระทัยของพระองค์กลับน้อมนำไปเสียทางอื่น วันหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิ เจ้าชายสิทธารถออกจากพระราชวังโดยตามเสด็จพระราชบิดา ทั้งสองพระองค์ได้ทอดพระเนตรดูชาวนาผู้หนึ่งกำลังไถนาอยู่ เจ้าชายสิทธารถทรงสังเกตเห็นนกตัวหนึ่งบินลงมาจับที่พื้นดิน แล้วคาบไส้เดือนตัวเล็กๆตัวหนึ่งที่ผาลไถของชาวนาพลิกฟื้นขึ้นมาจากดิน แล้วบินไป พระองค์ได้ประทับนั่งที่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง ทรงนำเหตุการณ์นั้นมาครุ่นคิดและรำพึงกับพระองค์ว่า
“อนิจจา ! ทำไมหนอสัตว์ทั้งหลายจึงต้องประหัตประหารกันเช่นนี้ด้วย”
เจ้าชายสิทธารถ ผู้สูญเสียพระราชมารดามาตั้งแต่ประสูติได้ไม่นาน จึงมีพระหฤทัยหวั่นไหวในชะตากรรมของสัตว์ตัวน้อยๆแช่นนี้
ความเจ็บปวดรวดร้าวนี้ได้ฝังลึกสลักมั่นในพระหฤทัยอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ตราบจนทรงเจริญพระชันษามากขึ้นๆ รอยแผลที่ต้นไม้ต้นน้อยๆย่อมค่อยๆสลักแน่นและขยายเป็นแผลใหญ่ติดอยู่กับต้นไม้ที่ค่อยๆเจริญเติบโตขึ้นๆฉันใด ความตระหนักถึงความทุกข์ของมวลมนุษยชาติก็ได้ค่อยๆสลักแน่นอยู่ในพระหฤทัยของพระสิทธารถกุมารเพิ่มมากขึ้นๆฉันนั้น
พระเจ้าสุทโธทนะทรงมีพระปริวิตกมากยิ่งขึ้น เมื่อทรงหวนรำลึกถึงคำพยากรณ์ของอสิตดาบส และได้ทรงพยายามทุกวิถีทางที่จะหันเหพระทัยของพระราชโอรสไปสู่ทิศทางอื่น พระองค์จึงได้ทรงจัดการอภิเษกเจ้าชายกับพระนางยโสธรา พระราชธิดาของพระเจ้าสุปปพุทธกษัตริย์แห่งพระนครเทวทหะ และเป็นพระเชษฐาของพระนางมายานั่นเอง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น