พุทธประวัติ(๐๑)
ชนเผ่าศากยะอาศัยอยู่ตามลุ่มน้ำโรหิณี ซึ่งไหลผ่านเชิงเขาหิมาลัยตอนใต้ พระราชาของชนเผ่าศากยะพระนามว่า สุทโธทนะ เคาตมะ ทรงสถาปนานครหลวงที่เมืองกบิลพัสดุ์ ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างมหาปราสาทขึ้นหลังหนึ่ง และทรงปกครองบ้านเมืองด้วยพระปรีชาสามารถ เป็นที่แซ่ซ้องสดุดีของทวยอาณาประชาราษฎร์
พระราชินีแคว้นนี้ทรงพระนามว่า มายา เป็นพระราชธิดาของพระปิตุลา(ลุง) ของพระเจ้าสุทโธทนะ ซึ่งก็เป็นพระราชาเผ่าศากยะในแคว้นใกล้เคียงนั่นเอง
นับเป็นเวลา ๒๐ ปีที่พระเจ้าสุทโธทนะและพระนางมายาทรงอยู่ร่วมกันโดยไม่มีพระโอรสและพระธิดา จนกระทั่งคืนหนึ่งพระนางมายาได้มีสุบินนิมิตประหลาด ในสุบินนิมิตทรงเห็นช้างเผือกเชือกหนึ่งเดินเข้าสู่พระครรโภทรของพระนางทางพระอุระเบื้องขวา จากนั้นพระนางก็ได้ทรงพระครรภ์ พระเจ้าสุทโธทนะและพสกนิกรได้ตั้งตารอคอยพระประสูติกาลของทารกในพระครรภ์ พระนางมายาได้เสด็จนิวัติราชสกุลของพระนางเพื่อการประสูติตามราชประเพณีของชนเผ่าศากยะ และในระหว่างหนทางเสด็จพระราชดำเนินนั้นเอง พระนางได้เสด็จเข้าไปพักผ่อนอิริยาบถในสวนลุมพินี ในขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังทอแสงงดงามในฤดูใบไม้ผลิ
รอบๆพระวรกายของพระนางมายา งามสะพรั่งไปด้วยดอกอโศกที่กำลังผลิบาน พระนางทรงมีพระเกษมสำราญ ทรงยื่นพระหัตถ์เบื้องขวาขึ้นน้าวกิ่งอโศก และขณะที่พระหัตถ์ยังจับอยู่ที่กิ่งอโศกนั้นเอง พระราชกุมารก็ได้ประสูติจากพระครรภ์
บรรดาข้าราชบริพารที่ตามเสด็จ ต่างก็มีความปรีดาปราโมชที่ได้ชื่นชมบุญญาบารมีของพระราชินีและพระราชโอรส ทวยเทพในสรวงสวรรค์และมวลชาวโลกมนุษย์ล้วนยินดีปรีดาทุกถ้วนหน้า วันอนุสรณ์แห่งการประสูติของพระราชกุมารนี้ตรงกับวันเพ็ญเดือน ๖
พระเจ้าสุทโธทนะทรงมีพระหฤทัยปิติปราโมชอย่างเหลือล้น ได้ทรงขนานพระนามพระโอรสว่า สิทธารถ แปลว่า สมประสงค์ในทุกสิ่ง







